การตวงข้าวซะกาต บทบัญญัติเกี่ยวกับ ซะกาตฟิฏเราะฮฺ

 

สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์: การตวงข้าวซะกาต บทบัญญัติเกี่ยวกับ ซะกาตฟิฏเราะฮฺ 

keywords: การตวงข้าวซะกาต, ซะกาตฟิฏเราะฮฺ, ซะกาต, การบริจาค

ซะกาตุลฟิฏริเป็นบัญญัติบังคับ ดังฮะดีษของอิบนุอุมัรแจ้งว่า “ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้บัญญัติให้ซะกาตุลฟิฏริแก่ผู้คนในเดือนรอมฎอน” บันทึกโดย : อัลบุคอรีย์ และมุสลิม

ซะกาตฟิฏเราะฮฺ เป็นสิ่งหนึ่งที่ถูกฟัรฎูต่อมุสลิมทุกคน จำเป็นต้องจ่ายซะกาตฟิฏเราะฮฺในช่วงท้ายของเดือนรอมฎอนจนถึงก่อนละหมาดอีดิ้ลฟิฏริ เวลาที่ประเสริญที่สุดควรจ่ายซะกาตในช่วงเวลาหลังจากดวงอาทิตย์ขึ้น จนกระทั่งก่อนละหมาดอีดิ้ลฟิฏริ หากจ่ายหลังละหมาดอีดุลฟิฏร์แล้ว ไม่ถือว่าเป็นซะกาต ทั้งนี้นักวิชาการให้ทัศนะว่าสามารถจ่ายในช่วงต้นเดือนรอมฎอนหรือส่วนไหนของ เดือนรอมฎอนก็สามารถทำได้  

ซะกาตฟิฏเราะฮฺที่มุสลิมทุกๆคนจำเป็นต้องจ่าย ไม่ว่าจะบรรลุนิติภาวะหรือไม่ก็ตาม โดยให้ผู้ปกครองออกให้แทน ซะกาตฟิฏเราะฮฺที่จะต้องออก ก็คือ อาหารหลักของเมืองนั้นๆ ส่วนประเทศไทยเรานั้นอาหารหลัก ก็คือ ข้าว ก็จำเป็นต้องจ่ายเป็นข้าว คนละ 1 ซออฺ นั่นคือ ข้าวสารประมาณ 3 กิโลกรัม ซะกาตฟิตเราะฮฺนี้จะช่วยขจัดสิ่งที่ไม่ดีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคำพูด หรือการกระทำใดๆ ของผู้ถือศีลอดให้หมดไป และซะกาตนี้เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเหลือคนยากจนให้มีอาหารกินโดยเฉพาะในวันอีด

 

การไถ่โทษ(อัลกัฟฟาเราะฮฺ)

หากชายคนหนึ่งได้ร่วมหลับนอนกับภรรยาในกลางวันเดือนรอมฏอนเขาจะต้องทำการไถ่บาปหรือไถ่โทษหรือที่เรียกว่าอัลกัฟฟาเราะฮฺด้วยการปล่อยทาสให้เป็นอิสระ ถ้าไม่สามารถทำได้ก็ให้ถือศีลอด 2 เดือนติดต่อกัน ถ้าไม่สามารถทำได้ก็ให้แจกอาหารให้คนยากจน 60 คน ซึ่งในที่นี้สามารถออกเป็นข้าวสาร 2 มุดสำหรับคนยากจน 1 คน (หรือข้าวสารประมาณ 90 กิโลกรัม หรือ 30 ถุง ถุงละ 3 กิโลกรัมรวมเป็นเงิน 3000 บาท)   

การจ่ายฟิดยะฮฺ

ถูกบัญญัติแก่บุคคลที่ไม่สามารถถือศีลอดตามเงื่อนไขที่ศาสนากำหนดไว้ อาทิเช่น ป่วยเรื่องรังที่ไม่สามารถรักษาได้, คนแก่ชราที่ไม่มีความสามารถบวช หญิงมีครรค์ หญิงให้นมบุตร เป็นต้น เช่นนี้ศาสนาระบุว่าไม่ต้องถือศีลอดแต่ให้จ่ายฟิดยะฮฺทดแทน ส่วนจำนวนของฟิดยะฮฺนั้นคือจ่ายข้าวสารจำนวน 2 มุด ประมาณ 1.5 กิโลกรัมแก่คนยากจน 1 คน ต่อหนึ่งวันที่ขาดบวช ฉะนั้นถ้าขาดถือศีลอดกี่วันก็นำข้าวสาร 1.5 กิโลกรัมไปคูณก็จะได้จำนวนข้าวสารที่ต้องไปแจกให้กับคนยากจน  อนึ่งนักวิชาการบางท่านระบุว่าให้เลี้ยงอาหารแก่คนยากจนหนึ่งมื้อ หรือสองมื้อในวันหนึ่งก็ได้ 

ประการต่อมาจ่ายข้าวฟิดยะฮฺอย่างไร? คำตอบคือ จ่ายให้แก่บุคคลที่ยากจนขัดสนเพียงจำพวกเดียวเท่านั้น และสามารถจ่ายได้ทันทีเลย หรือจะรวมจ่ายก็ได้ เช่น จ่ายฟิดยะฮฺวันต่อวัน หรือ 10 วันจ่ายครั้งหนึ่ง หรือจะจ่ายทีเดียวทั้งเดือนก็ได้

ข้อกำหนดของผู้ให้ซะกาต 
1. ต้องเป็นมุสลิม

2. ต้องเป็นผู้บรรลุศาสนนิติภาวะ

4. ต้องมีสติสัมปชัญญะ

5. ไม่ยากจน จนไม่สามารถที่จะหาทานมาให้

6. เป็นไทไม่ใช่ทาส

7. ต้องจ่ายให้ตนเอง และผู้คนในครอบครัว บุคคลละ 1 ศออฺ (ประมาณ 1 ทะนาน หรือ 3 กิโลกรัม)

8. ให้สิ่งที่เป็นอาหารหลัก เช่น เมล็ดข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ข้าวสาร อินทผาลัม ลูกเกด ข้าวโพด เป็นต้น หากให้เป็นเงินค่าซื้อสิ่งของดังกล่าว ถือว่าใช้ได้

ข้อกำหนดของผู้รับทานซะกาต
มีบุคคล 8 ประเภทที่อนุมัติให้รับซะกาตฟิฏเราะหฺได้

1. ฟะกีร คนยากจนที่ไม่มีรายได้เฉลี่ยรายปี ไม่เพียงพอกับความต้องการของตนและครอบครัว

2. มิสกีน คนขัดสนที่ไม่มีรายได้เลย หรือมีรายได้น้อยมาก ไม่พอกับความต้องการของตนและครอบครัว

3. อามิล เจ้าหน้าที่ผู้ได้รับการแต่งตั้งจากผู้นำศาสนาให้เป็นผู้เก็บ ดูแล ทำบัญชี และแจกจ่ายซะกาต

4. มุอัลลัฟ อันได้แก่กาฟิรที่มีความสนใจในศาสนาอิสลาม หรือปกป้องศาสนาอิสลาม หรือ มุสลิมที่มีความศรัทธาที่อ่อนแอ

5. ริกอบ เพื่อไถ่ทาส

6. ฆอริม ผู้ติดหนี้จนไม่สามารถจะจ่ายหนี้สินของตนได้

7. ฟี สะบีลิลลาหฺ พื่อกิจกรรมในหนทางของอัลลอหฺ ในการปกป้องพิทักษ์ หรือทำนุบำรุงศาสนา เช่น เปิดโรงเรียนสอนศาสนา สร้างมัสญิด

8. อิบนุสสะบีล ผู้เดินทางที่ขาดเสบียง หรือทรัพย์สิน จนไม่สามารถจะเดินทางกลับบ้านได้

อย่างไรก็ตาม การให้ซะกาตฟิฏเราะหฺ ควรให้แก่มุสลิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งศรัทธาชนผู้ปฏิบัติตามกิตาบุลลอฮฺ และซุนนะห์

 

 

 

ที่มา: 

hot.muslimthaipost.com