การจ่าย....การออกซะกาต ลักษณะการจ่ายซะกาตหนี้สิน

 

สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์: การจ่าย....การออกซะกาต ลักษณะการจ่ายซะกาตหนี้สิน

 

 

การจ่าย...การออกซะกาต

ซะกาตนั้นเป็นสิทธิของคนยากจน และเชื่อมั่นอย่างแน่นอนโดยสุจริตว่า ทรัพย์นั้นเป็นสิทธิ์ของอัลเลาะห์ เราเป็นเพียงผู้ดูแลรักษาในฐานะบ่าวของพระองค์ จึงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้เป็นพระเจ้าเท่านั้น และพระองค์จะทรงตอบแทนผลกรรมให้เองตามพระประสงค์

มารยาทในการจ่ายซะกาต

ให้จ่ายซะกาตเมื่อถึงเวลาที่วาญิบต้องจ่าย และจ่ายด้วยความพึงพอใจ โดยจ่ายสิ่งที่ดีและมีคุณภาพมากที่สุดจากทรัพย์ที่ต้องจ่าย เป็นสิ่งที่เขารักที่สุด ที่มีความเป็นฮาลาลมากที่สุด ทำให้ผู้รับพึงพอใจ ให้ผู้จ่ายมองว่าสิ่งที่ให้ไปเป็นสิ่งที่เล็กน้อยเพื่อให้พ้นจากความลำพองใจ และพยายามปิดบังเพื่อให้พ้นจากการโอ้อวด แต่เปิดเผยบ้างเป็นบางครั้งเพื่อเป็นการส่งเสริมให้เห็นสิ่งที่เป็นวาญิบนี้(ซะกาต) และเป็นการกระตุ้นให้คนร่ำรวยได้ปฏิบัติตาม และต้องไม่ทำลาย(ผลบุญ)มันด้วยการลำเลิกและการก่อความเดือดร้อนแก่ผู้รับ

ผู้รับซะกาตที่ดีที่สุด

ผู้รับซะกาตที่ดีที่สุดก็คือ ให้ผู้จ่ายซะกาตเลือกจ่ายแก่คนที่มีความยำเกรงต่ออัลเลาะห์มากที่สุด คนที่เป็นญาติใกล้ชิดที่สุด มีความจำเป็นมากที่สุด และเลือกให้ทานของเขาแก่คนที่จะทำให้ทานนั้นเจริญงอกงามจากบรรดาญาติที่ใกล้ชิด มีความยำเกรง เป็นผู้ศึกษาหาความรู้ คนยากจนที่ไม่ยอมขอ ครอบครัวใหญ่ที่มีความขัดสน เป็นต้น โดยที่เขาควรที่จะจ่ายซะกาตหรือให้ทานก่อนที่จะมีสิ่งกีดขวางมา( ทำให้ไม่สามารถจ่ายหรือให้ได้) และเมื่อใดที่มีคุณสมบัติที่คู่ควรจะรับซะกาตมากขึ้นในบุคคลหนึ่งๆ ก็จะยิ่งทำให้เขาคู่ควรในการรับซะกาตมากกว่า เช่นยากจนและเป็นญาติ ยากจนและเป็นผู้กำลังศึกษา เป็นต้น
“และจงบริจาคสิ่งที่เราได้ให้ปัจจัยยังชีพและพวกท่านก่อนที่ความตายจะมาเยือนคนใดคนคนหนึ่งในหมู่พวกท่าน แล้วเขาก็จะกล่าวว่า โอ้ พระผู้อภิบาลแห่งข้าหากพระองค์ทรงยืดเวลาให้กับข้าอีกสักระยะเวลาหนึ่งอันใกล้ แล้วข้าก็จะจ่ายทานและข้าจะเป็นหนึ่งในหมู่ผู้มีคุณธรรม” (อัลมุนาฟิกูน: 10)

เวลาในการจ่ายซะกาต

1. วาญิบที่จะต้องรีบจ่ายซะกาตทันที่วาญิบ ยกเว้นหากมีเหตุจำเป็น
2. อนุญาตให้จ่ายซะกาตก่อนเวลาวาญิบหลังจากที่มีมูลเหตุวาญิบ ดังนั้นจึงอนุญาตให้จ่ายซะกาตสัตว์ ทองคำและเงิน และสินค้าที่เตรียมค้าขายหากมีการครอบครองครบพิกัด
3. อนุญาตให้จ่ายซะกาตก่อนเวลาหนึ่งปีหรือสองปี และให้แก่คนยากจนในรูปของเงินเดือนหากว่าการทำเช่นนั้นจะเกิดประโยชน์
4. ใครที่มีทรัพย์ซึ่งได้มาในเวลาที่ต่างกันเช่น เงินเดือน ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ และมรดก ให้เขาจ่ายซะกาตทรัพย์ทุกประเภทนี้หลังจากครบรอบปี และถ้าหากว่าเขาพอใจและยอมเสียสละเพื่อคนยากจนและคนอื่นๆ ให้เขากำหนด (รายได้ของ) เดือนหนึ่งในรอบปีสำหรับการจ่ายซะกาตของเขาเช่น (รายได้ของ) เดือนรอมฎอน เขาก็จะได้ผลบุญที่ยิ่งใหญ่

จะจ่ายซะกาตที่ใหน?

ที่ดีที่สุดคือจ่ายซะกาตทรัพย์ทั้งหมดให้แก่คนยากจนในเมืองของผู้จ่าย แต่อนุญาตให้นำไปแจกจ่ายยังเมืองอื่นเพื่อให้เกิดประโยชน์ หรือเพื่อญาติสนิท หรือเพราะความขัดสนอย่างยิ่งของเมืองนั้น และที่ดีก็คือให้แจกจ่ายเอง แต่อนุญาตให้มอบอำนาจให้ผู้อื่นแจกจ่ายแทนได้



ลักษณะการจ่ายซะกาตหนี้สิน

1. ใคร (เจ้าหนี้) ที่มีหนี้สินอยู่กับคนที่มีทรัพย์ที่จะชดใช้หนี้ได้ ให้ทำการจ่ายซะกาตเมื่อเขาได้รับการชดใช้หนี้นั้นสำหรับซะกาตปีที่ผ่านๆ มา แต่ที่ดีเขาควรจ่ายแม้ก่อนที่จะได้รับการชดใช้ก็ตาม แต่ถ้าหากหนี้นั้นอยู่กับคนที่มีความลำบากไม่มีทรัพย์ หรืออยู่กับคนที่ไม่ยอมจ่าย ก็ให้เขาจ่ายซะกาตทรัพย์ที่เป็นหนี้นั้นเมื่อเขาได้รับการชดใช้โดยคิดเพียงซะกาตหนึ่งปีเท่านั้น
2. ไม่อนุญาตแก่ผู้ที่มีทรัพย์สินเหนือบุคคลหนึ่ง และบุคคลนั้นไม่อาจจ่ายหนี้ได้ ในการที่เขา (เจ้าหนี้) จะอนุโลมหนี้ ด้วยการตั้งเจตนาว่ามันเป็นซะกาตสำหรับลูกหนี้คนนั้น
โทษของผู้ที่ปฏิเสธไม่ยอมจ่ายซะกาต
1. ใครที่ไม่ยอมจ่ายซะกาตโดยปฏิเสธการวาญิบของมัน ในขณะที่เขารู้หุก่มของมันดีถือว่าเขาเป็นกาฟิร ต้องทำการเก็บซะกาตจากเขา และต้องโทษประหารหากเขาไม่กลับตัวเตาบัตเพราะเขาได้ตกจากศาสนาแล้ว แต่หากเขาไม่ยอมจ่ายเพราะความตระหนี่ถือว่าไม่ตกจากศาสนา และต้องทำการจัดเก็บจากเขาพร้อมกับลงโทษด้วยการยึดทรัพย์ของเขาครึ่งหนึ่ง
2. วาญิบเหนือผู้ที่ครอบครองทรัพย์ครบพิกัดที่จะต้องทำการจ่ายซะกาตของทรัพย์นั้น เพราะอัลลอฮฺได้สัญญาด้วยการลงโทษที่แสนสาหัสสำหรับทุกคนที่ไม่ยอมจ่ายซะกาต

“บรรดาผู้ที่สะสมทองและเงิน และไม่จ่ายมันในทางของอัลเลาะห์นั้น จงแจ้งข่าวแก่พวกเขาเถิดด้วยการลงโทษอันเจ็บปวด วันที่มันจะถูกเผาด้วยไฟนรกแห่งญะฮันนัม แล้วหน้าผากของพวกเขา และสีข้างของพวกเขาและหลังของพวกเขาจะถูกนาบด้วยมัน นี่แหละคือสิ่งที่พวกเจ้าได้สะสมไว้ เพื่อตัวของพวกเจ้าเอง ดังนั้นจงลิ้มรสสิ่งที่พวกเจ้าสะสมไว้เถิด” (อัลเตาบะฮ์: 34-35)

จำนวนชาวซะกาต (ผู้มีสิทธิได้รับซะกาต)

1. คนยากไร้ (ฟากีร) ได้แก่ คนที่ไม่มีทรัพย์ ไม่มีค่าเลี้ยงชีพ หรือมีแต่ไม่เพียงพอในการเลี้ยงชีพ คนประเภทนี้สามารถรับซะกาตได้ตลอดปี
2. คนขัดสน (มิสกีน) ได้แก่ คนที่มีค่าเลี้ยงชีพในแต่ละวันครึ่งหนึ่ง หรือมากกว่า แต่ไม่เพียงพอ คนประเภทนี้จะฐานะดีกว่าคนยากไร้ และสามารถรับซะกาตได้ตลอดปีเช่นกัน
3. เจ้าหน้าที่ซะกาต ได้แก่ เจ้าหน้าที่ พนักงาน ที่ทำหน้าที่ เก็บรวบรวมซะกาต และแจกจ่ายซะกาตแก่ผู้มีสิทธิรับซะกาต บุคคลประเภทนี้รับซะกาตได้ เพียงอัตราค่าจ้างของเขาเท่านั้น
4. ผู้ถูกดลใจให้เข้ารับอิสลาม – บุคคลประเภทนี้มี 2 จำพวก

จำพวกแรก : ผู้ที่ยังไม่ใช่มุสลิม คนจำพวกนี้สามารถมอบซะกาตแก่เขาได้ในกรณีที่เพื่อให้เขาเข้ารับอิสลาม หรือให้เพื่อยับยั้งป้องกันภัยในสังคมมุสลิมอันเกิดจากน้ำมือของเขา
จำพวกที่สอง : ผู้ที่เข้าอิสลามแล้ว คนจำพวกนี้สามารถมอบซะกาตแก่เขาเพื่อเป็นการยึดเหนี่ยวเขาให้ยืนหยัดในอิสลามได้อย่างมั่นคง หรือหวังในการเข้ารับอิสลามของคนใกล้ชิด และพวกพ้องของเขา เป็นต้น

5. ผู้ไร้อิสรภาพ ได้แก่ ทาสที่นายอนุมัติให้ไถ่ตัวเองได้ ทาสประเภทนี้ สามารถมอบซะกาตให้เขาได้ เพื่อให้เขาเป็นอิสรภาพ ซึ่งเขาสามารถรับซะกาตได้เพียงจำนวนทรัพย์ที่ขาดในการไถ่ตัวเองเท่านั้น และได้มีนักวิชาการบางกลุ่มให้ทัศนะว่า สามารถใช้ทรัพย์ซะกาตซื้อตัวทาสผู้นั้นเพื่อการปลดปล่อยได้เช่นกัน

6. คนมีหนี้สิน มี 2 ลักษณะด้วยกันคือ

ลักษณะแรก : ผู้เป็นหนี้สินของตัวเอง : ได้แก่ ผู้ที่หยิบยืมทรัพย์สินจากผู้อื่นเพื่อกิจการส่วนตัวของเขา และไม่มีลู่ทางที่จะใช้หนี้สินนั้นได้ คนลักษณะนี้ สามารถรับซะกาตได้เพื่อใช้ชำระหนี้ดังกล่าวเท่านั้น

ลักษณะที่สอง : ผู้เป็นหนี้สินให้ผู้อื่นได้แก่: บุคคลที่กู้ยืมเพื่อขจัดปัญหาในสังคม คนลักษณะนี้ สามารถรับซะกาตได้ เพื่อใช้ชำระหนี้ดังกล่าวเท่านั้น ถึงแม้ว่าเขาจะมีฐานะร่ำรวยก็ตาม

7. ในวิถีทางของอัลเลาะห์ หมายถึง การรบในหนทางของอัลเลาะห์ (ซ.บ.) แต่นักปราชญ์รุ่นหลังได้ขยายความว่าสามารถจ่ายซะกาตแก่ผู้ที่ดำเนินกิจกรรมต่างๆเพื่อเป้าประสงค์ในแนวทางของอิสลาม ซึ่งพวกเขาไม่ได้รับค่าเลี้ยงดูจากคลังของอิสลาม (บัยตุลมาล)

8. คนเดินทาง ได้แก่ ผู้ที่เดินทางออกจากถิ่นเดิมของเขา และขาดปัจจัยในการเดินทาง จนไม่สามารถกลับภูมิลำเนาเดิมได้ ดังนั้น คนประเภทนี้สามารถมอบซะกาตแก่เขาได้เพียงจำนวนที่ใช้เป็นปัจจัยเดินทางกลับภูมิลำเนาเท่านั้น

 

 

ที่มา: islammore

hot.muslimthaipost.com