สิ่งที่อิหม่ามนำละหมาดตะรอเวียะห์ควรคำนึง

 

สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์: สิ่งที่อิหม่ามนำละหมาดตะรอเวียะควรคำนึง





สิ่งที่อิหม่ามนำละหมาดตะรอเวียะควรคำนึง

เราจะพบว่าบางมัสยิด อิหม่ามเอาอัลกุรอ่านเล่มใหญ่มาวางเปิดไว้ข้างหน้า เพื่อจะได้อ่านให้ยาวๆ บางมัสยิดอิหม่ามถืออัลกุรอ่านอ่าน เพื่อจะได้อ่านยาวยาว เอาความชอบตัวเองเป็นมาตรฐาน อ้างว่าตามแบบอย่างนบี ศอ็ลฯ อ่านยาว ละหมาดนาน โดยไม่คำนึงถึง ความแตกต่างระหวางบุคคล และระดับอิหม่าน และความจำเป็นของมะมูมที่อยู่ข้างหลัง บางแห่งพอหลายคืนเข้า มะอฺมูมเริ่มร่อยหรอ ไม่มาละหมาด เหลือไม่กี่คน 


เพราะฉะนั้น อิหม่ามควรคำนึง สภาพมะอฺมูมที่อยู่ข้างหลังด้วย

มีผู้ถามเช็คอับดุลอะซีซ บินบาซ ว่า:


هل ينبغي للإمام مراعاة حال الضعفاء من كبار السن ونحوهم في صلاة التراويح ؟
สมควรหรือไม่สำหรับอิหม่าม ที่จะเอาใจใส่ต่อสภาพของบรรดาผู้อ่อนแอ อันเนื่องมาจากอายุมาก และในทำนองเดียวกับพวกเขา ในละหมาดตะรอเวียะ ?
فأجاب :

هذا أمر مطلوب في جميع الصلوات ، في التراويح وفي الفرائض ؛ لقوله صلى الله عليه وسلم : ( أيكم أمَّ الناس فليخفف فإن فيهم الضعيف والصغير وذا الحاجة ) ، فالإمام يراعي المأمومين ويرفق بهم في قيام رمضان وفي العشر الأخيرة ، وليس الناس سواء ، فالناس يختلفون ، فينبغي له أن يراعي أحوالهم ويشجعهم على المجيء وعلى الحضور فإنه متى أطال عليهم شق عليهم ونفَّرهم من الحضور ، فينبغي له أن يراعي ما يشجعهم على الحضور ويرغبهم في الصلاة ولو بالاختصار وعدم التطويل ، فصلاة يخشع فيها الناس ويطمئنون فيها ولو قليلا خير من صلاة يحصل فيها عدم الخشوع ويحصل فيها الملل والكسل .



คำตอบ:


นี้คือ สิ่งที่ต้องการในบรรดาละหมาดทั้งหมด ,ในละหมาดตะรอเวียะ และในบรรดาละหมาดที่เป็นฟัรดู เพราะนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

"ใครก็ตามในหมู่พวกท่าน นำละหมาดบรรดาผู้คน เขาจงละหมาดสั้นๆ เพราะแท้จิงในหมู่พวกเขา (มะมูม) มีผู้อ่อนแอ ,มีเด็กเล็กๆ และผู้ที่มีธุระจำเป็น )"

ดังนั้นอิหม่ามจะต้องเอาใจใส่ต่อบรรดามะอฺมูม และ เมตตาต่อพวกเขา ในการละหมาดกิยามุเราะมะฎอนและในสิบวันสุดท้าย และ บรรดาผู้คนนั้น ไม่ได้เหมือนกัน เพราะบรรดาผู้คนนั้นมีสภาพแตกต่างกัน จึงสมควรแก่เขา(อิหม่าม)จะต้องเอาใจใส่ ต่อสภาพของพวกเขา และ ให้พวกเขากล้าที่จะมา และมาร่วม(ละหมาดญะมาอะฮ) เพราะ เมื่อเขา(อิหม่าม) ละหมาดนาน ก็จะเกิดความลำบากแก่พวกเขา และทำให้พวกเขาหนีจากการมาร่วมละหมาด ดังนั้น จึงสมควรแก่อิหม่าม จะต้องเอาใจใส่สิ่งที่จะทำให้พวกเขากล้าที่จะมาร่วม(ละหมาดญะมาอะฮ) และ ให้พวกเขาชอบในการละหมาด และแม้ว่าจะด้วยการละหมาดให้สั้นลง และไม่อ่านยาว เพราะละหมาดหนึ่ง ที่ผู้คนมีความคุชัวะ ในมัน และมีความสงบนิ่งในมัน และแม้ว่าจะน้อยก็ตาม ดีกว่าละหมาด ที่ไม่มีการคุชัวะในมันและ(ดีกว่าละหมาด) ที่ทำให้เกิดการอ่อนเพลียและเกียจค้านเกิดขึ้นในมัน


" فتاوى الشيخ عبد العزيز بن باز " ( 11 / 336 ، 337


สรุปคือ ไม่ว่าจะในละหมาดฟัรดูหรือละหมาดสุนัต เช่น ละมาดตารอเวียะ อิหม่ามจะต้องคำนึงและต้องเอาใจใส่สภาพของมะอมูมแต่ละคนด้วย ไม่ใช่อ่านนานและยาวตามใจตัวเอง

ดังคำกล่าวของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ที่ว่า:

أَيُّكُمْ أَمَّ النَّاسَ فَليُوْجِزْ فإنَّ مِنْ وَرَائِهِ الكَبِيْرَ والضَّعِيْفَ وَذَا الحَاجَةِ

ความว่า:”ผู้ใดในหมู่ท่านทำหน้าที่นำละหมาด ก็จงทำให้กระชับ เพราะแท้จริงผู้ที่อยู่ด้านหลังเขานั้น มีทั้งผู้สูงวัย ผู้ที่อ่อนแอ และผู้ที่มีเหตุจำเป็น” ในอีกรายงานหนึ่งระบุว่า:

;فَإذَا صَلَّى وَحْدَهُ فَليُصَلِّ كَيْفَ يَشَاءُ

ความว่า: “เมื่อเขาละหมาดคนเดียว ก็จงละหมาดตามแต่ที่เขาประสงค์เถิด” 

 

วิธีละหมาดตะรอเวี๊ยะฮฺ 

เหมือนกับวิธีละหมาดศุบฮฺ คือละหมาด ครั้งละ 2 ร็อกอะฮฺ  
เหนียต(นึกในใจ)ก่อนละหมาด

"ข้าพเจ้าละหมาดสุนัตตะรอเวียะฮฺ สองรากาอัต ตามอีหม่าม เพื่ออัลเลาะห์ตาอาลา" 

ส่วนวิเตรก็คล้ายกัน

 "ข้าพเจ้าละหมาดสุนัตวิเตร ตามอีหม่าม สองรากาอัตเพื่ออัลเลาะห์ตาอาลา"

 

กรณีละหมาดคนเดียว

"ข้าพเจ้าละหมาดสุนัตตะรอเวียะฮฺ สองรากาอัต   เพื่ออัลเลาะห์ตาอาลา" 


ส่วนวิเตรก็คล้ายกัน

 "ข้าพเจ้าละหมาดสุนัตวิเตร   สองรากาอัตเพื่ออัลเลาะห์ตาอาลา"


จนกระทั่งครบจำนวนที่ต้องการคือ 8 ร็อกอะฮฺ ให้สลามทุกๆ 2 ร็อกอะฮฺ และร็อกอะฮฺสุดท้ายให้ละหมาดวิตรฺเป็นเอกเทศ อีก 3 ร็อกอะฮฺโดยไม่ต้องนั่งตะซะฮุดในร็อกอัตที่ 2 นั่งในร็อกอัตที่ 3 เลย (รวมเป็น 11 ร็อกอะฮฺ)

(หมายถึง แยกออกไม่เกี่ยวข้องกับ ตะรอเวี๊ยะฮฺ ละหมาดวิตรฺใช้เป็นละหมาดสุดท้ายในยามค่ำคืน)



เวลาของการละหมาดตะรอเวี๊ยะฮฺ

เริ่มตั้งแต่หลังละหมาดอีซาเป็นต้นไปจนกระทั่งก่อนแสงรุ่งอรุณจะปรากฏขึ้น จะละหมาดช่วงไหนก็ได้แล้วแต่สะดวก 

(นิยมไปละหมาดพร้อมกันที่มัสยิด เมื่ออิหม่ามนำละหมาดอีซาจบแล้ว จะต่อด้วยละหมาดตะรอเวี๊ยะฮฺ)

ที่สำคัญต้องทำหลังละหมาดอีซา และก่อนละหมาดซุบฮฺ

 
 ( ร็อกอะฮฺ หรือ ร็อกอัต หมายถึง ยืน ก้ม (รูกั๊วะ) 1 ครั้ง กราบ(สุญูด ) 2 ครั้ง เรียกว่า 1 ร็อกอะฮฺ )

 

 

 

 

 

 

ที่มา: อะสัน หมัดอะดั้ม

hot.muslimthaipost.com