การละหมาดตะรอเวียะห์นั้นสะดวกง่ายดาย

 

สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์:  การละหมาดตะรอเวียะห์นั้นสะดวกง่ายดาย

 

Preview



การละหมาดตะรอเวียะห์นั้นสะดวกง่ายดาย

มุสลิมบางคนเข้าใจว่า  ละหมาดตะรอเวียะห์นั้น ต้องละหมาดเป็นญะมาอะฮฺที่มัสยิดเท่านั้น ต้องมีการกล่าวศอลาวาตหลังให้สลามของทุก 2 ร็อกอะฮฺละหมาดตะรอเวียะฮฺ ต้องมีการยกมือและกล่าวดุอาอ์หลักละหมาดทุกช่วง 4 ร็อกอะฮฺ และต้องละหมาดตะรอเวียะห์ 20 ร็อกอะฮฺเท่านั้น

และเมื่อมีอุปสรรคไม่สามารถไปละหมาดตะรอเวียะห์ที่มัสยิดได้ เช่น เกิดฝนตก หรือน้ำท่วมเป็นต้น ก็ทิ้งละหมาดตะรอเวียะห์ ไม่ยอมละหมาดคนเดียว หรือละหมาดรวมเป็นญะมาอะฮฺกับคนในครอบครัวที่บ้าน เพราะคิดว่าต้องละหมาดญะมาอะฮฺที่มัสยิดเท่านั้น และต้องกล่าวศอลาวาตและดุอาอ์ที่กล่าวมาข้างต้นด้วย ไม่นั้นละหมาดตะรอเวียะห์ จะบกพร่อง ไม่ครบสูตร และไม่เซาะฮฺ

ทั้งเมื่อไปละหมาดบางมัสยิด และมีการละหมาดตะรอเวียะห์ เพียง 8 ร็อกอะฮฺ และมีการอ่านอัลกุรอานนาน ทั้งไม่มีการกล่าวศอลาวาต และกล่าวดุอาอ์ระหว่างให้สลามของละหมาดตะรอเวียะห์ ก็คิดว่ามันไม่ถูกต้อง เพราะไม่เหมือนที่ตน พ่อแม่ ปู่ย่าตายายได้กระทำกัน ก็ต้องย้ายที่ละหมาดไปอีกมัสยิด ที่ละหมาดเหมือนที่ตนเคยละหมาด

อันแท้จริงการละหมาดตะรอเวียะห์ วิธีและขั้นตอนนั้นง่ายได้ยิ่งนัก ละหมาดตะรอเวียะห์ก็คือละหมาดในยามค่ำคืนของเดือนรอมาฎอน ซึ่งชื่อละหมาดตะรอเวียะห์พึ่งเรียกขานของคนยุคหลัง เป็นละหมาดสุนัตมุอักกะฮฺ (เน้นหนักให้กระทำ) 


วิธีและลักษณะขั้นตอนก็เหมือนละหมาดสุนัตอื่นๆ  ต่างแค่เพียงการเหนียตเท่านั้น และเราสามารถละหมาดตะรอเวียะห์เป็นญะมาอะฮฺที่มัสยิด หรือจะละหมาดคนเดียว หรือเป็นญะมาอะฮฺที่บ้านก็ได้ ทั้งหมดมีแบบอย่างจากท่านรสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ทั้งสิ้น

ท่านหญิงอาอิชะฮฺ ร่อฎียัลลอฮุอันฮา เล่าว่า:  

“แท้จริงท่านรสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ละหมาดกลางคืน(รอมฎอน)หนึ่ง ทีมัสยิด ท่านรสูลละหมาด(ตะรอเวียะห์) บรรดาสอหาบะฮฺก็ละหมาดเป็นมะมูม จากนั้นท่านรสูลก็ละหมาดในคืนถัดมา บรรดาก็เพิ่มจำนวนมากขึ้น ถัดมา บรรดาศอหาบะฮฺก็มารวมตัวกันในคืนที่สาม หรือคืนที่สี่” (บันทึกหะดิษโดยอิมามบุคอรีย์ เลขที่ 1129)

และกรณีมีการกล่าวศอลาวาตโดยมีการเฉพาะเจาะจงให้กล่าวหลังให้สลามของทุก 2 ร็อกอะฮฺละหมาดตะรอเวียะฮฺ เช่น

บิลาลกล่าวก่อนเริ่มละหมาดตะรอเวียะห์ว่า :

อัสซอลาตุ ซุนนาตัตตารอเวียะห์ ยามีอะ รอฮิมากุมุลลอฮฺ”

(จงละหมาดสุนัตตะรอเวียะห์อย่างญะมาอะฮฺกันเถิด เพื่อว่าอัลลอฺจะด้ทรงประทานเราะห์มัตให้แก่พวกท่าน”

มะมูมตอบรับว่า

“อัซลาตุ ลาอีลาฮาอิลลัลลอฮฺ”
“(พวกเราจะทำ)ละหมาด ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ”

บิลาลเตือนญะมาอะฮฺไม่ให้ลืมการเนียตถือศิลอดโดยกล่าว่า


“รอฮิมัลลอฮฺลีมันนาวาลิซเซามิ”
“ขอให้อัลลอฮฺได้โปรดประทานเราะห์มัตให้ผู้ที่ตั้งใจว่าจะทำการถือศิลอด”

และญะมาอะฮฺตอบคำเนียตถือศิลอดว่า


“นาวัยตู เซามาฆอดิน อันอาดาอี ฟัรฎี รอมาฎอนา ฮาซิฮิสซานาตี ลิลลาฮิตาอาลา”
“ข้าพเจ้าถือศิลอดฟัรฎู เดือนรอมาฎอนในปีนี้ เพื่ออัลลอฮตะอาลา”

เสร็จจากละหมาด บิลาลอ่านสอละวาตว่า
“อัลลอฮุมมาซัลลีอาลามุฮัมมัด”

(โอ้อัลลอฮฺขอได้โปรดประทานศอละวาตให้แก่มูหัมมัด”

และญะมาอะฮฺตอบว่า “อัลลอ ซอลลีวาซัลลิมอาลัยฮิ”
“โอ้อัลลอฮฺขอได้โปรดประทานศอลาวาต และสลามให้ท่าน”

เป็นต้น

หรือ การยกมือและขอดุอาอ์หลักละหมาดทุก 4 ร็อกอะฮฺของละหมาดตะรอรอเวี๊ยะห์นั้น ไม่มีรูปแบบจากท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม หรือบรรดาศอหาบะฮฺ หรือบรรดาชาวสลัฟ ให้เห็นร่องรอยปฏิบัติแต่อย่างใด

อิมาม อิบนุ หะญัร อัล-ฮัยตะมียฺ ถูกถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ ท่านตอบว่า : 

“การเศาะละหวาตในสถานที่นี้ (คือระหว่างการให้สะลามจากการละหมาดตะรอเวียะห์) เป็นกรณีเฉพาะนั้น เราไม่เคยพบสิ่งใดใน อัส-สุนนะฮฺ และในคำกล่าวของบรรดาอัศหาบฺของเราในเรื่องนี้...”

ดังนั้นการละหมาดตะรอเวียะห์ตามรูปแบบท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ทีละ 2 ร็อกอะฮฺ โดยไม่มีการเฉพาะเจาะจงให้กล่าวศอละวาต ดุอาอ์ หรือซิเกรฺใดๆทั้งสิ้น

ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

"ละหมาดในยามค่ำคืน ทีละสองร็อกอะฮฺ ทีละสองร็อกอะฮฺ" (บันทึกโดยอิมามมุสลิม หะดาเลขที่ 1785)

และสำหรับการละหมาดตะรอเวียะห์ 8 ร็อกอะฮฺก็มีรูปแบบจากท่านบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และบรรดาศอหาบะฮฺ ถึงแม้จะไม่พบหรือปฏิบัติกันมาของบรรพบุรุษของมุสลิมบางคนก็ตาม 


รายงานจากท่านญาบิรฺ บุตรของอับดุลลอฮฺ ร่อฎียัลลออุอันฮุ เล่าว่า

“ท่านรสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัมละหมาดพร้อมกับพวกเราในเดือนรอมาฎอน จำนวน ๘ ร็อกอะฮฺ และละหมาดวิตรฺ และเมื่อพวกเราออกมารวมตัวกันที่มัสยิดโดยหวังว่าท่านรสูลจะออกมาละหมาด (พร้อมกับพวกเราเหมือนทุกคืน) แต่ท่านรสูลไม่ออกมายังพวกเราจนกระทั้งพวกเราคอยถึงเช้า จากนั้นท่านรสูลก็เข้ามายังพวกเรา พวกเราถามว่า โอ้ท่านรสูลของอัลลอฮฺพวกเราออกมารวมตัวกันที่มัสยิดเมื่อคืนนี้ พวกเราหวังว่าท่านรสูลจะออกมาละหมาดพร้อมกับพวกเรา ท่านรสูลกล่าวตอบว่า ; แท้จริงฉันกลัวว่า (การละหมาดตะรอเวียะห์)จะถูกกำหนดเป็นฟัรฎูเหนือพวกท่าน” (บันทึกหะดิษโดยอิบนุ นัศร์ เฏาะบะรอนีย์ สายรายงานหะดิษหะซัน)

รายงานจากท่านสาอิบ บุตรของยะซีด ร่อฎียัลลออุอันฮุ เล่าว่า

“ท่านอุมัร บุตร ค็อฏฏ็อบสั่งให้ท่านอุบัย์ บุตรของกะอฺบ์ และท่านตะมีม อัดดารีย์ เป็นอิมามนำละหมาดผู้คนทั้งหลาย จำนวน 11 ร็อกอะฮฺ (ตะรอเวียะห์ 8 ร็อกอะฮฺ และวิตรฺ 3 ร็อกอะฮฺ) ท่านสาอิบกล่าวว่า อิมามอ่านในละหมาดยาวประมาณร้อยกว่าอายะฮฺ จนกระทั้งทำให้พวกเราต้องยันด้วยไม้เท้าอันเนื่องจากความนานของละหมาด (ตะรอเวียะห์) และพวกเราละหมาดเสร็จก็ใกล้ถึงเวลาละหมาดศุบฮฺ” (บันทึกหะดิษโดยอิมามมาลิก หะดิษเลขที่ 249 และอิมามบัยหะกีย์ หะดิษเลขที่ 4721)

และหรับการละหมาดตะรอเวียะห์แต่ร็อกอะฮฺนานนั้น ก็มีรูปจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัม และบรรดาศอหาบะฮฺเช่นเดียวกัน

ท่านหญิงอาอิชะฮฺกล่าวว่า : แท้จริงท่านรสูลุลลอฮไม่เคยเพิ่มละหมาดการละหมาดในเดือนรอมาฎอนและนอกเหนือจากรรอมฎอนมากกว่า 11 ร็อกอะฮฺ โดยท่านรสูลละหมาด 4 ร็อกอะฮฺ ท่านอย่าถามถึงความสวยงามและความยาวนานของการละหมาดนั้นเลย จากนั้นท่านรสูลก็ละหมาดอีก 4 ร็อกอะฮฺ ซึ่งท่านอย่าได้ถามถึงความสวยงามและความยาวนานของการละหมาดนั้น จากนั้นท่านรสูลก็ได้ละหมาดอีก 3 ร็อกอะฮฺ” (บันทึกหะดิษโดยอิมามบุคอรีย์ เลขที่ 1079 อิมามมุสลิม เลขที่ 1220)


ท่านสาอิบกล่าวว่า “อิมามอ่านในละหมาดยาวประมาณร้อยกว่าอายะฮฺ จนกระทั้งทำให้พวกเราต้องยันด้วยไม้เท้าอันเนื่องจากความนานของละหมาด (ตะรอเวียะห์) และพวกเราละหมาดเสร็จก็ใกล้ถึงเวลาละหมาดศุบฮฺ” (บันทึกหะดิษโดยอิมามมาลิก หะดิษเลขที่ 249 และอิมามบัยหะกีย์ หะดิษเลขที่ 4721)

รายงานจากท่านญาบิรฺ ร่อฎียัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า

“มีผู้ถามท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัม ว่าละหมาด(สุนัต) ประเภทไหนประเสริฐที่สุด ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัม ตอบว่า : คือละหมาดที่ยืนนานๆ” (บันทึกโดยอิมามอัตติรมีซีย์ เลขที่ 388)

อับดุรรอหฺมาน อิบนฺ อับดิน อัลกอรี้ยุ ได้บอกเล่าไว้ว่า 

“ฉันได้ออกเดินไปคืนหนึ่งในเดือนรอมฎอนกับอุมัรอิบนุลค๊อฎฎ๊อบ ยังมัสยิดอันนะบะวีย์ ก็เห็นมหาชนยืนละหมาดแยกกันเป็นกลุ่ม ๆ บ้างก็ยืนละหมาดคนเดียว บ้างก็ยืนละหมาดเป็นญะมาอะฮฺ อุมัรจึงกล่าวขึ้นว่า แท้จริงฉันเห็นว่าหากฉันจะรวมเขาเหล่านั้นให้ยืนละหมาดกับอิหม่ามคนเดียวก็จะเป็นการดียิ่ง แล้วอุมัรก็ได้ตัดสินใจรวมพวกเขาเหล่านั้นให้ยืนละหมาดตามอุบั๊ย อิบนฺกะอฺบ ต่อมาฉันได้ออกไปกับอุมัรในคืนต่อ ๆ มา และได้เห็นผู้คนยืนละหมาดตามอิหม่ามคนเดียว อุมัรได้กล่าวชื่นชมขึ้นว่านี่มันเป็นเหตุการใหม่ที่ดียิ่ง การละหมาดในเวลาดึกซึ่งเป็นเวลาพักผ่อนดีกว่าการละหมาดในเวลาหัวค่ำ”


(บันทึกโดย : อัลบุคอรีย์)

จะเห็นได้การละหมาดตะรอเวียะห์ตามรูปแบบท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัม บรรดาศอหาบะฮฺ และบรรดาชาวสลัฟทั้งหลายแล้ว การละหมาดตะรอเวียะห์นั้นสะดวกง่ายดาย ไม่ต่างกับการละหมาดสุนัตอื่นๆแต่อย่างใดเลย

 

 

 

 

 

 

ที่มา: ตรงนี้อิสลาม

hot.muslimthaipost.com