บทกลอนเดือนรอมฎอน การละหมาดในเดือนรอมฎอน รอมฎอนสัมพันธ์
"รอมฎอนเดือนแห่งความประเสริฐ
จงตื่นเถิดมุสลิมผู้ศรัทธา
ละหมาดนั้นคงมั่นในห้าเวลา
อย่ามัวช้ารีบเร่งมาทำความดี
ทำความดีแสนง่ายง่ายหนักหนา
ดวงชีวาพากิยามพาสุขศรี
รอมฎอนมีครั้งเดียวในหนึ่งปี
นับจากนี้จะอดทนจนหมดเดือน..."
นักเรียนโรงเรียนนูรุลอิสลามภูมีวิทยา(ปอเนาะภูมี) : ประพันธ์
***************************
"สู่เดือนแห่งชัย"
รอมฏอนแห่งสัญญากลับมาอีก
เสี้ยวเดือนซีกสีเศร้าหม่น
ดุจจะหลั่งน้ำตาด้วยทุกข์ทน
เจ็บแค้นศรัทธาชนที่งอมือ
ปล่อยให้ซาตานทะยานโรจน์
จะก้มคอรับโทษกระนั่นหรือ
ผู้ศรัทธาใยเลยเคยระบือ
บัดนี้มางอมือจำนนมาร
มือประนมก้มกราบทรชน
มีทั้งเล่ห์ลวงกลที่ล่อผลาญ
เกียรติยศ เงินตรางามตระกราน
ยอมแลกกับวิญญาณกตัญญู
คิดถึงรอมฏอนแต่ก่อนนี้
ศรัทธาชนมีศักดิ์ศรีที่ร่วมสู้
อิสลามเด่นชัดสะบัดชู
เอกภาพรวมอยู่ดังร่างเดียว
มาบัดนี้….
มาแยกย่ำยีเป็นเสี้ยวๆ
ปากอ้างผู้อภิบาลมีองค์เดียว
แต่ไม่เคยกลมเกลียวสามัคคี
แย่งกันเป็นใหญ่ทุกหย่อมย่าน
หลงกลซาตานทุกวิถี
ต่างคนต่างอ้างทางนบี
แต่ยึดทางอัปรีย์ปลิ้นปล้อนกัน
สิ่งที่เหลืออยู่ในวันนี้
เพียงเศษเถ้าธุลีในความฝัน
ตราบใดชนศรัทธาที่ฆ่าฟัน
ใครเหล้าจะมาหวั่นต่อหมู่เรา
รอมฏอนแห่งสัญญากลับมาอีก
เสี้ยวเดือนซีกยังเศร้า
ตื่นเถิดอย่าเกลือกกลั้วหลงมัวเมา
รวมกันเถิดหมู่เราผู้ศรัทธา
เช็ดน้ำตาให้เสี้ยวเดือนเปื้อนเศร้า
ปลุกศรัทธาปลุกเร้าให้ทั่วหล้า
ร่วมกันเสริมสร้างสรรค์ มรรคา
ตามรอยศาสดาดังก่อนเอย
***************************
ขอต้อนรับสู่รอมฎอนแห่งความประเสริฐ เดือนแห่งการแข่งขันกันเสริมสร้างความดี
- เดือนรอมฎอนมาเยือนพวกท่าน เดือนรอมฎอนเป็นเดือนที่มีความสำเร็จยิ่ง อัลลอฮฺ (ช.บ.)ทรงบัญญัติว่าให้พวกท่านถือศีลอดในเดือนนี้ ประตูสวรรค์ก็จะถูกเปิดและประตูของนรกจะถูกปิด (หะดิษบันทึกโดยอีหม่ามอะหมัด)
- มุสลิมยุคแรก (อัสสะลาฟุศเศาะลิฮ)จะแสดงออกถึงความดีใจ ปลื้มใจ และเอาใจใส่กับการต้อนรับรอมฎอน
- การแสดงความดีใจ และปลื้มปิติเมื่อมีโอกาสจะทำความดี อันเป็นหนทางสู่ความเมตตาของอัลลอฮฺ (ช.บ.) เป็นสัญลักษณ์และคุณลักษณะอันประเสริฐของศรัทธาชน
"แล้วท่านล่ะ รู้สึกอย่างไร ที่จะต้อนรับรอมฎอน"
อัลลอฮฺทรงกำหนดความประเสริฐมากมายในเดือนรอมฎอนมากกว่าเดือนอื่นทั้งสิบสองเดือน ,กลิ่นปากของผู้ที่ถือศีลอดนั้น ณ ที่ อัลลอฮฺ หอมยิ่งกว่าชะมดเชียง ,บรรดามาลาอิกะฮ์จะขออภัยโทษให้จนกระทั่งเขาจะละศีลอด ,อัลลอฮฺทรงทำให้การถือศีลอดนั้น เป็นเกราะคุ้มกันจากไฟนรก ,อัลลอฮฺ ทรงล่ามชัยตอน ,บรรดาประตูสวรรค์ถูกเปิด ประตูนรกถูกปิด ,มีค่ำคืนอัล-ก็อดรฺ ดีกว่าหนึ่งพันเดือน ,ผู้ที่ถือศีลอดในช่วงท้ายของกลางคืนเดือนรอมฎอน มีความประเสริฐมากกว่าเดือนอื่นๆ ,อัลลอฮฺทรงปลดปล่อยทาสออกจากไฟนรกในทุกค่ำคืนเดือนรอมฎอน
- การถือศีลอด
ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า
ความว่า: "ทุก ๆ การงานของมนุษย์นั้นคือเขาเอง เขาจะได้รับความดีหนึ่งเท่ากับ 10 เท่า ถึง 700 เท่า โดยที่อัลลอฮฺ ทรงตรัสว่า นอกจากการ ถือศีลอด เพราะแท้จริงการถือศีลอดมันคือของข้า และข้าจะตอบแทนมันเอง ซึ่งเขาได้ละทิ้งอารมณ์ใคร่ และอาหารต่าง ๆ เพื่อข้า สำหรับผู้ถือศีลอดนั้นมีความดีใจ 2 ครั้ง ครั้งแรกขณะที่เขาละศีลอด และอีกครั้งขณะที่พบกับพระเจ้าของเขา และกลิ่นปากของ ผู้ที่ถือศีลอด ณ ที่อัลลอฮฺนั้น หอมยิ่งกว่ากลิ่นชะมดเชียงอีก”
และท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮฺวะซัลลัม กล่าวว่า
ความว่า: "ผู้ใดที่ถือศีลอดในเดือนรอมฎอนด้วยความศรัทธามั่นและหวังในผลบุญ เขาผู้นั้นจะได้รับการอภัยโทษบาปที่ผ่านมา" (บันทึกโดยบุคอรียฺ และมุสลิม)
- การยืนละหมาด
ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า
ความว่า: "ผู้ใดที่ยืนละหมาดในเดือนรอมฎอนด้วยความศรัทธามั่นและหวังในผลบุญ เขาผู้นั้นจะได้รับการอภัยโทษบาปที่ผ่านมา" (บันทึกโดยบุคอรียฺ และมุสลิม)
ฉะนั้น สำหรับพี่น้องมุสลิมทั้งหลายสมควรจะทำการละหมาดตะรอเวีห์ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ตามอิหม่ามในการละหมาดจนเสร็จสิ้น ใครก็ตามละหมาดเสร็จพร้อมอิหม่ามแน่นอนว่าเขานั้นจะถูกบันทึกในหมู่คนที่ดำรงการละหมาด
ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า
ความว่า: “ใครก็ตามลุกขึ้นยืนละหมาดพร้อมกับอิหม่ามจนกระทั่งเสร็จ เขาจะถูกบันทึกให้แก่เขาเท่ากับการยืนละหมาดทั้งคืน”
- การบริจาคทาน
เป็นเดือนที่ท่านนบี จะมีความใจบุญเป็นอย่างมาก รายงานจากท่านอิบนิ อับบาส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุเล่าว่า
ความว่า: “ท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เป็นผู้ที่ใจบุญที่สุด และท่านจะใจบุญมากยิ่งขึ้นในเดือนเราะมะฎอน (มากกว่าเดือนอื่นๆ) ขณะที่ท่านญิบรีลได้พบกับท่าน
และท่านญิบรีลจะพบกับท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ทุกๆคืนในเดือนเราะมะฎอน และจะทบทวนอัลกุรอานกับท่านญิบรีล ท่านเราะซูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เป็นผู้ที่ใจบุญในความดีงามยิ่งกว่าสายลมที่พัดผ่านเสียอีก” ( อัลหะดีษในบันทึกของอิมามอัลบุคอรีย์)
แม้ว่าการศ่อดะเกาะฮ์โดยรวมแล้วจะมีความประเสริฐ แต่การศ่อดะเกาะฮ์ในเดือนร่อมะฎอนนั้นมีความประเสริฐกว่าในเดือนอื่นๆ มีรายงานจากท่านอะนัส ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า
“ท่านร่อซูลุลเลาะฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้ถูกถามว่า ศ่อดะเกาะฮ์ใดที่ประเสริฐที่สุด?
ท่านตอบว่า أفضلُ الصَّدَقَة صَدَقَةٌ في رمضان))؛ )) ศ่อดะเกาะฮ์ในเดือนร่อมะฎอน” (โดยอัตติรมีซีย์)
- การเอียะติกาฟ
และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสิบวันสุดท้ายของร่อมะฎอน เพราะการเอียะติกาฟในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นเป็นซุนนะฮ์มุอักกะดะฮ์(มุ่งเน้นให้กระทำ) ที่ท่านร่อซูลุลเลาะฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้เคยปฏิบัติไว้
ความว่า: “แท้จริงท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ทำเอียะติกาฟสิบวันสุดท้ายของร่อมะฎอน ในช่วงปีสุดท้ายก่อนเสียชีวิตท่านทำ เอียะติกาฟ ยี่สิบวัน “(อัลบุคอรีย์และมุสลิม)
ความว่า: “แท้จริงท่านนะบีย์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ทำเอียะติกาฟสิบวันสุดท้ายของร่อมะฎอนจนกระทั่งอัลเลาะฮ์ได้เอาชีวิตของท่านไป หลังจากนั้นบรรดาภรรยาของท่านก็ได้เจริญรอยตามท่าน” (รายงานโดยอัลบุคอรีย์ มุสลิม)
- แสวงหาค่ำคืนอัล-ก็อดรฺ
คืนอัล-ก็อดรฺประเสริฐกว่าหนึ่งพันเดือน ซึ่งเท่ากับแปดสิบสามปีกับอีกสี่เดือน ดังนั้นจึงส่งเสริมให้ลุกขึ้นในค่ำคืนนั้นเพื่อประกอบอิบาดะฮฺและหมั่นขอดุอาอ์ให้มาก
อัลลอฮฺได้ตรัสว่า
ความว่า: "แท้จริงเราได้ประทานอัลกุรอานลงมาในคืนอัล-ก็อดรฺ และอะไรเล่าจะทำให้เจ้ารู้ได้ว่าคืนอัล-ก็อดรฺนั้นคืออะไร คืนอัล-ก็อดรฺนั้นดียิ่งกว่าหนึ่งพันเดือน บรรดามลาอิกะฮฺและอัร-รูหฺ (ญิบรีล) จะลงมาในคืนนั้น โดยอนุมัติแห่งพระเจ้าของพวกเขาด้วยกิจการทุกประการ คืนนั้นมีความศานติจนกระทั่งรุ่งอรุณ" (อัล-ก็อดรฺ : 1-5)
จากท่านอบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ จากท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวว่า
ความว่า: "ใครก็ตามที่ยืนละหมาดในคืนอัลก็อดรฺด้วยใจที่ศรัทธาและหวังผลตอบแทนจากอัลลอฮฺ เขาจะถูกอภัยโทษในความผิดที่ผ่านมา" (บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ และมุสลิม)
- การขอดุอาในยามดึกช่วงสุดท้ายในค่ำคืน
มีหะดีษจำนวนมากจากท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ที่ยืนยันในเรื่องของการลงมาของอัลลอฮฺ คือ คำกล่าวของท่านบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ที่ว่า :
"พระผู้อภิบาลของเราจะลงมายังฟากฟ้าของดุนยาในทุกๆ คืนในช่วงหนึ่งส่วนสามสุดท้ายของกลางคืน และจะมีดำรัสว่า ผู้ใดที่วิงวอนข้า ข้าจะตอบรับเขา ผู้ใดที่ขอข้า ข้าจะให้เขา ผู้ใดที่ขออภัยโทษต่อข้า ข้าจะอภัยให้เขา" (บุคครีย์ มุสลิม)
ที่มา: www.islammore.com